ถั่วลิสงVSอัลมอนด์อะไรสร้างกล้ามดีกว่า

05/10/2015 | เปิดอ่าน 2491 ครั้ง

แชร์บทความนี้ให้เพื่อน


 

งานนี้คู่ท้าชิงตำแหน่งเจ้าแห่งอาหารเสริมสร้างกล้ามงามๆ ของเราคือ ถั่วลิสงกับอัลมอนด์ ไปดูกันว่าผลสุดท้ายใครจะถูกอัดคว่ำและใครจะคว้าแชมป์ไปครอง

 

พลังงาน

 

ระดับพลังงานถือว่าสูสีชนิดหายใจรดต้นคอระหว่างถั่วลิสง 100 กรัม ที่ให้ 567 แคลอรี กับอัลมอนด์ขนาดเดียวกันที่ให้พลังงาน 575 ต่างกันแค่ 8 แคลอรี ถ้าคุณกินถั่วลิสงเพิ่มไปสัก 2 เม็ด ก็จะได้แคลอรีเท่ากันแล้ว

 

แคลอรีของอัลมอนด์แซงไปแบบเฉียดฉิว แต่อัลมอนด์ 100 กรัม ให้วิตามินบีแค่ 16 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ในขณะที่ถั่วลิสงให้ตั้ง 30 เปอร์เซ็นต์ วิตามินพวกนี้จะดึงพลังงานจากอาหาร ทำให้สมองคุณแล่นและตื่นตัวตลอดวัน

 

กล้ามเนื้อ

 

ถึงจะมีชื่อเป็นถั่ว แต่ที่จริงถั่วลิสงเป็นเมล็ดพืชต่างหาก ถั่วลิสงหนึ่งกำมือให้โปรตีนเสริมสร้างกล้ามเนื้อ 26 กรัม ส่วนอัลมอนด์ให้โปรตีน 21 กรัม ไม่บอกก็รู้ว่ากล้ามคุณจะพิศวาสอะไรมากกว่ากัน

 

อัลมอนด์มีแมกนีเซียมมาก แค่หนึ่งกำมือก็ให้ถึง 87 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ซึ่งช่วยให้ร่างกายดูดซึมออกซิเจนได้มากขึ้น กล้ามเนื้อจึงทำงานได้เต็มที่มากขึ้น ผลวิจัยในวารสาร Endocrinology Metabolism Clinics of North America บอกว่าอย่างนั้น

 

การฟื้นฟูร่างกาย

 

ถั่วลิสง 100 กรัม มีไขมันไม่อิ่มตัว 40 กรัม ส่วนอัลมอนด์มี 42 กรัม “ไขมันชนิดนี้ ดีต่อสุขภาพและจำเป็นต้องใช้รักษาฮอร์โมนที่ช่วยสร้างกล้ามเนื้อให้มีระดับสูงเข้าไว้” นักโภชนาการด้านกีฬา แมตต์ โลเวลล์ กล่าว อัลมอนด์ 100 กรัม มีโอเมกา-3  ที่ช่วยต้านอาการอักเสบอยู่ 6 กรัม ส่วนถั่วลิสงมีแค่ครึ่งเดียว มิน่าล่ะอัลมอนด์ถึงแพงกว่าลิบลิ่ว

 

อัลมอนด์หนึ่งกำใหญ่ๆ ให้วิตามินอี 121 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวัน ในขณะที่ถั่วให้มาแค่เกือบครึ่งคือ 42 เปอร์เซ็นต์ ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์พบว่า อัลมอนด์ปริมาณเท่านี้ช่วยลดอาการอักเสบหลังเวิร์กเอาต์ได้ดีเยี่ยม งั้นก็เมินยาแก้ปวดแล้วหันมากินอัลมอนด์แทนหลังเวิร์กเอาต์หนักๆ ดีกว่า

 

สรุป ถ้าต้องการพลังงานและเสริมสร้างกล้ามเนื้อล่ะก็ ถั่วลิสงตอบโจทย์ได้ตรงกว่าอัลมอนด์แน่นอน แต่ถึงอย่างไร อัลมอนด์ก็มีสารอาหารอื่นๆ ที่น่าทึ่งอยู่เหมือนกัน ซึ่งจะเลือกทานอะไรนั้น ผมว่าควรทานให้ครบ5หมู่จะดีที่สุด

 

Credit : mthai.com



แชร์บทความนี้ให้เพื่อน



ร่วมแสดงความคิดเห็น